วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ประมวลศัพท์ ศัพท์ทางโลจิสติกส์

ประมวลศัพท์



A
Added-value processes/services
บริการเสริม / กระบวนการเสริม
บริการเสริมหรือกระบวนการที่ดำเนินการเพิ่มเติมให้แก่สินค้าและบริการเพื่อเพิ่มมูลค่าแก่ลูกค้าทั้งภายในและภายนอก

Aftermarket
กระบวนการหลังการขาย
กิจกรรมที่ดำเนินการภายหลังกระบวนการขาย เช่น การจัดส่งอะไหล่ทดแทนหรืออะไหล่บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในอุตสาหกรรมรถยนต์

Airfreight
การขนส่งทางอากาศ
การขนส่งสินค้าทางอากาศ

B
Backstage areas
ส่วนหลังร้าน
พื้นที่ด้านหลังร้านหรือห้าง ซึ่งใช้เป็นที่จัดเก็บสินค้า และดำเนินการด้านลอจิสติกส์

Bonded warehouse
คลังสินค้าทัณฑ์บน
จุดหรือศูนย์รวบรวมสินค้าที่ได้รับมอบหมายจากศุลกากรให้จัดเก็บสินค้า การชำระค่าธรรมเนียมและภาษีของสินค้าเหล่านี้จะทำได้ก็ต่อเมื่อสินค้าดังกล่าวได้รับการขนย้ายจากคลังแล้วเท่านั้น

Box car
รถกล่อง
รถขนส่งที่ปิดมิดชิด

Bulk container
คอนเทนเนอร์ยักษ์
ตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ที่ได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อบรรทุกสินค้าปริมาณมาก

C
Campus
ศูนย์กระจายสินค้าร่วม
จุดที่ศูนย์กระจายสินค้าหลายแห่งใช้ทรัพยากรต่าง ๆ เช่น พนักงาน และการขนส่งร่วมกัน เพื่อประสิทธิผลด้านเวลาและค่าใช้จ่าย ดูเพิ่มเติมใน ศูนย์กระจายสินค้าสำหรับผู้ใช้หลายราย (Distribution Centre; multi-user)

Consignment
สินค้าขนส่ง
สินค้าหนึ่งรายการหรือมากกว่าที่ผู้ขนส่งได้รับดำเนินการจัดส่งภายในระยะเวลาที่กำหนด

Consolidation
การรวบรวมสินค้า
การรวบรวมสินค้าตั้งแต่สองรายการขึ้นไปเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง

Consolidation Centre
คลังรวบรวมสินค้า
คลังที่ดำเนินการบรรจุหีบห่อสินค้ารวมเป็นหน่วยใหญ่ขึ้นเพื่อดำเนินการจัดส่งต่อไป

Container
ตู้คอนเทนเนอร์
ตู้โลหะขนาดใหญ่ที่ปิดมิดชิด และสามารถนำไปใช้ใหม่ได้ ใช้เพื่อการขนส่งสินค้าทางทะเลและทางรถไฟ

Contract logistics
บริการรับเหมาด้านลอจิสติกส์
กระบวนการที่ผู้ประกอบการมอบหมายให้บริษัทภายนอกดูแลการบริหารจัดการสินค้า การจัดเก็บ บริการโอนย้ายข้อมูลที่เกี่ยวข้อง โดยส่วนใหญ่แล้วจะดำเนินการภายใต้สัญญาระยะยาวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการและบริหารจัดการได้ดียิ่งขึ้น

Control Tower
ระบบบริหารซัพพลายเชน
กลุ่มบริการด้านข้อมูลซึ่งใช้ในการบริหารจัดการกิจกรรมด้านซัพพลายเชน แทนลูกค้าหรือซัพพลายเออร์ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Logistics Control Tower (LCT)

Cross-dock/docking
การขนส่งแบบเทียบท่า
การขนส่งสินค้าโดยตรงจากจุดที่รับสินค้าไปยังจุดจัดส่งสินค้า โดยข้ามคลังจัดเก็บสินค้าไป วิธีการขนส่งเช่นนี้ใช้เพื่อลดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคแบบซื้อง่ายขายคล่องและสินค้าที่เน่าเสียได้ง่าย

Customs broking
บริการพิธีการศุลกากร
บริการดูแลด้านพิธีการศุลกากรในการนำเข้าและส่งออกสินค้าแทนผู้นำเข้าหรือส่งออก

Cut, make and trim (CMT)
บริการตกแต่งสินค้า
บริการบริหารการขนส่งและจัดการด้านพิธีการศุลกากรเพื่อสินค้าและวัตถุดิบใน อุตสาหกรรมแฟชั่นตามกระบวนการเพื่อหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมศุลกากร

D
Demand chain
ห่วงโซ่อุปสงค์
กระบวนการจัดส่งที่ตรงกันข้ามกับกระบวนการจัดส่งกำลังบำรุงหรือซัพพลายเชน โดยกระบวนการที่เกี่ยวข้องนั้นเปลี่ยนมาเป็นเริ่มจากอุปสงค์ของลูกค้าแทน ห่วงโซ่อุปสงค์นั้นดำเนินไปตามความต้องการของผู้บริโภคมากกว่าของผู้ผลิตสินค้าค้า ดูเพิ่มเติม pull replenishment

Dispatch
การปล่อยสินค้า
การลำเลียงตู้คอนเทนเนอร์ขึ้นบนพาหนะขนส่งหรือจำนวนเงินที่จ่ายให้กับผู้ขนส่งเพื่อจ้างให้ขนส่งสินค้า

Distribution
การกระจายสินค้า
กระบวนการจัดเก็บและขนส่งสินค้าสำเร็จรูปจากแหล่งผลิตไปยังผู้บริโภค

Distribution Centre (DC)
ศูนย์กระจายสินค้า
ศูนย์ที่ดำเนินการรับวัตถุดิบ ส่วนประกอบ หรือสินค้าสำเร็จ มาแยกประเภท และบรรจุรวบรวมใหม่เพื่อจัดส่งให้แก่ลูกค้า ศูนย์กระจายสินค้าหลายแห่งยังให้บริการด้วยอุปกรณ์การจัดเก็บหรือดูแลพิเศษ รวมทั้งยังมีระบบสารสนเทศ และทำหน้าที่เป็นคลังสินค้าด้วย

Drop shipment
การขนส่งโดยไม่ผ่านผู้ค้าส่ง
การขนส่งสินค้าโดยตรงจากผู้ผลิตไปยังผู้ค้าหรือผู้บริโภคโดยไม่ผ่านผู้ค้าส่ง

Domestic Distribution Networks (DDN)
เครือข่ายกระจายสินค้าภายใน
การจัดเก็บสินค้าและการกระจายสินค้าสู่ห้างร้าน ดูเพิ่มเติม Regional distribution networks (RDN)

E
Electronic data interchange (EDI)
ระบบ EDI
ระบบการส่งข้อมูลระหว่างระบบคอมพิวเตอร์ของสองบริษัท ซึ่งรวมถึง ข้อมูลในเอกสารประเภทใบสั่งซื้อและใบเรียกเก็บเงิน

End-to-end
กระบวนการลอจิสติกส์ครบวงจร
กระบวนการดำเนินการด้านลอจิสติกส์แบบครบวงจร การบริหารซัพพลายเชนแบบครบวงจรเริ่มตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบและการขนส่งสินค้าจากแหล่งไปยังผู้บริโภคปลายทาง

End-of-life
สินค้าหมดอายุ
สินค้าที่หมดอายุที่สามารถวางจำหน่ายได้ รวมถึงสินค้าที่ตกรุ่น หรือสินค้าที่ชำรุดไม่สามารถซ่อมแซมได้

European article number (EAN)
รหัส EAN
การเข้ารหัสเพื่อใช้ระบบ Efficient Consumer Response (ECR) เพื่อช่วยให้สามารถขนส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็วขึ้นและลดค่าใช้จ่ายในธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค

F
Fourth-party logistics provider (4PL)
ผู้ให้บริการบริหารจัดการและประสานงานด้านซัพพลายเชนบุคคลที่ 4
ผู้ให้บริการบริหารจัดการและประสานงานด้านซัพพลายเชนซึ่งมักจะไม่ได้มีสินทรัพย์หรือทรัพยากรในการประกอบการด้านดังกล่าวเป็นของตนเอง เมื่อทำหน้าที่ผู้ให้บริการบริหารจัดการและประสานงานด้านซัพพลายเชน (lead logistics provider - LLP) ผู้ให้บริการดังกล่าวอาจทำหน้าที่ประสานงาน และดูแลบริการของผู้ให้บริการรายอื่น ๆ ให้สอดคล้องกัน โดยมีบริการสนับสนุนหรือบริการเสริมอื่น ๆ

Free Trade Zone (FTZ)
เขตการค้าเสรี
พื้นที่อุตสาหกรรมหรือการค้าใกล้ท่าขนส่งซึ่งสินค้าและวัตถุดิบที่นำเข้าไม่จำเป็นต้องเสียภาษีศุลกากรหรือค่าธรรมเนียม

Freight forwarder
ผู้ให้บริการขนส่งระหว่างประเทศ
บริษัทซึ่งให้บริการรับสินค้า รวบรวมสินค้า ขนส่ง และกระจายสินค้าไปยังต่างประเทศ โดยปกติแล้ว ผู้ให้บริการขนส่งระหว่างประเทศมักจะให้บริการด้านพิธีการศุลกากร จัดเตรียมเอกสาร และดำเนินการขนส่ง จัดเก็บสินค้า และจัดส่งสินค้าด้วย

Freight management
การบริหารจัดการการขนส่ง
การบริหารจัดการผู้ให้บริการขนส่งบุคคลที่สามเพื่อให้แน่ใจว่าการขนส่งสินค้าจะดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ถึงที่หมายโดยปลอดภัย และมีประสิทธิภาพคุ้มค่า โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเกี่ยวข้องกับการดูแลให้บริการต่าง ๆ ดำเนินไปอย่างสอดคล้องและมีประสิทธิภาพ

Freight Transport Association (FTA)
สมาคมขนส่งระหว่างประเทศ (เอฟทีเอ)
สมาคมทางการค้าในอังกฤษซึ่งทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ในการขนส่งสินค้าของบริษัทต่าง ๆ ที่ดำเนินการขนส่งสินค้าโดยทางอากาศ ทางรถไฟ ทางรถและทางทะเล

Full-truck-load (FTL)
การขนส่งแบบเต็มคันรถ
การขนส่งสินค้าที่ใช้พื้นที่เต็มคันรถ

G
Garments o¬n hangers (GOH)
ตู้แบบมีราวแขวน
ตู้คอนเทนเนอร์แบบมาตรฐานที่มีการติดตั้งราวแขวนและตู้เพื่อเก็บเสื้อผ้าอย่างดี เพื่อให้สามารถนำไปแขวนในร้านค้าได้ทันที

Globalisation
โลกาภิวัฒน์
ระบอบการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งระบบเศรษฐกิจของแต่ละประเทศมีความเกี่ยวพันกัน

H
Home delivery
บริการจัดส่งถึงที่
บริการขนส่งสินค้าถึงยังสถานที่ที่ลูกค้าเลือก (รวมถึงสำนักงาน) บริการดังกล่าวถือเป็นการดำเนินการตามการสั่งซื้ออย่างหนึ่ง ส่วนใหญ่แล้วการขายผ่านทางระบบอี คอมเมิร์ซมักจะให้บริการจัดส่งถึงที่ด้วย

I
International Air Transport Association (IATA)
สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA)
สมาคมทางการค้าที่ดูแลสายการบิน รัฐบาล ผู้โดยสาร ผู้ขนส่ง และตัวแทนท่องเที่ยว

Inbound logistics
ลอจิสติกส์สินค้าขาเข้า
กระบวนการขนส่งวัตถุดิบและส่วนประกอบจากซัพพลายเออร์หรือผู้ค้าไปยังฐานการผลิตและคลังจัดเก็บ ลอจิสติกส์สินค้าขาเข้าระหว่างประเทศ หมายถึงการบริหารจัดการกระบวนการซัพพลายเชนสินค้าขาเข้าระหว่างประเทศแทนผู้ค้าปลีก

Inbound-to-manufacturing
การจัดหาและจัดส่งจากแหล่งสู่โรงงานผลิต
การจัดหาและจัดส่งสินค้าจากแหล่งไปยังโรงงานผลิต

In-store logistics
ลอจิสติกส์สำหรับห้างร้าน
บริการก่อนการค้าปลีกภายในห้างร้าน โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นกิจกรรมในส่วนพื้นที่หลังร้าน บริการเหล่านี้รวมถึงการสั่งสินค้าคืนสต็อก การจัดเก็บสินค้าและการบรรจุหีบห่อ

Integrated logistics/supply chain
ลอจิสติกส์ / ซัพพลายเชนแบบครบวงจร
การบริหารองค์ประกอบด้านซัพพลายเชนหลาย ๆ อย่างแบบบูรณาการอย่างครบวงจรในระดับโลกหรือระดับภูมิภาค เพื่อให้สามารถบริหารจัดการด้านซัพพลายเชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และประหยัดค่าใช้จ่าย


Intermodal
การขนส่งหลายวิธี
การขนส่งสินค้าโดยใช้วิธีการขนส่งหลายทางผสมผสานกัน โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นการขนส่งด้วยรถบรรทุกและรถไฟ

ลอจิสติกส์หรือซัพพลายเชนสินค้าขาเข้าระหว่างประเทศ ดู inbound logistics

Inventory
รายการบัญชีสินค้า
รายการวัตถุดิบ ส่วนประกอบ งานที่กำลังดำเนินการ สินค้าสำเร็จรูป หรือทรัพยากรอื่น ๆ

J
Just-in-time
การดำเนินการแบบพอดีเวลา
กิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งรวมถึง การขนส่ง ซึ่งดำเนินการให้แล้วเสร็จทันเวลาตามกำหนดการในการผลิตหรือกำหนดการในการขนส่งให้แก่ลูกค้าพอดี เทคนิคดังกล่าวช่วยเพิ่มกำไรให้กับบริษัทมากยิ่งขึ้น โดยช่วยลดบัญชีรายการสินค้าที่กำลังดำเนินการอยู่และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Just-in-sequence

K
Kerbside
การรับ-ส่งสินค้าจากกลางทาง
การขนส่งไปยัง และ/หรือการรับสินค้าที่จะขนส่งจากกลางทาง

Kitting
การประกอบสินค้า
การประกอบชิ้นส่วนสินค้าเพื่อให้เป็นสินค้าเพื่อผู้บริโภคเพียงชิ้นเดียว

L
Last 50 yards/final mile
จุดขนสินค้าไปยังที่หมาย
บริเวณที่ทำการขนส่งสินค้าจากหลังยานพาหนะที่บรรทุกไปยังห้างร้านหรือบ้านเรือน

Lead logistics provider/partner (LLP)
ผู้ให้บริการประสานงานและบริหารจัดการผู้ให้บริการด้านลอจิสติกส์ ดูใน 4PL

Less-than-truckload (LTL)
การบรรทุกแบบไม่เต็มคันรถ
สินค้าที่มีปริมาณไม่มาก บรรทุกไม่เต็มคันรถมาตรฐาน

Linehaul
การขนส่งทางบกถึงท่าขนส่ง
การขนส่งทางบก โดยทางรถหรือทางรถไฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขนส่งจากท่าส่งสินค้าต้นทางไปยังท่ารับสินค้าปลายทาง

Logistics
ลอจิสติกส์
กระบวนการวางแผน ดำเนินการ และควบคุมให้สามารถบริหารจัดการและจัดเก็บวัตถุดิบ สินค้าคงคลังที่ยังดำเนินการอยู่ สินค้าสำเร็จรูป และข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลคุ้มค่า จากแหล่งต้นทางไปยังปลายทางเพื่อการบริโภคของผู้บริโภค พูดง่าย ๆ ก็คือ ศาสตร์และศิลป์ในการบริหารจัดการให้สินค้าที่เหมาะสมไปถึงที่หมายที่เหมาะสม ในปริมาณที่เหมาะสม ภายในเวลาที่เหมาะสมเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า กระบวนการลอจิสติกส์ประกอบด้วย การจัดเก็บสินค้า การขนส่ง บริการเสริมและบริการก่อนการค้าปลีก รวมถึงบริการสารสนเทศต่าง ๆ และครอบคลุมการบริหารจัดการสินค้าขาเข้า สินค้าขาออก สินค้าภายในประเทศ สินค้าระหว่างประเทศ รวมถึงการบริหารสินค้าคืน

Logistics re-engineering
การปรับปรุงระบบลอจิสติกส์
การศึกษาและปรับปรุงกระบวนการลอจิสติกส์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

Logistics service provider (LSP)
ผู้ให้บริการด้านลอจิสติกส์
องค์กรที่ให้บริการด้านลอจิสติกส์ที่เป็นบุคคลที่ 3 หรือบุคคลที่ 4

Logistics Control Tower (LCT)
ระบบบริหารข้อมูลด้านลอจิสติกส์ ดู Control Tower

Logistics outsourcing
การรับเหมาดำเนินการด้านลอจิสติกส์
ดูใน outsourcing

M
Merge in transit
การขนส่งแบบไม่ผ่านคลังสินค้า
โครงสร้างด้านลอจิสติกส์ที่ดำเนินการขนส่งสินค้าที่ได้มีการรวบรวมและบรรจุหีบห่อแล้ว โดยไม่ผ่านคลังกระจายสินค้า จากผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์มากกว่าหนึ่งรายไปยังผู้บริโภค

Multi-modal
การขนส่งหลายทาง
การขนส่งสินค้าที่ใช้วิธีการขนส่งอย่างน้อยสองวิธีขึ้นไป

Multi-user
คลังสินค้าร่วม
ส่วนใหญ่แล้วมักจะหมายถึงคลังสินค้าที่ผู้ผลิตหรือองค์กรมากกว่าหนึ่งรายใช้ร่วมกัน

N
National Distribution Centre (NDC)
ศูนย์กระจายสินค้าระดับชาติ
ดูใน Distribution Centre (DC)

O
Origin services
บริการ ณ ต้นทาง
บริการเสริมหรือบริการสนับสนุนต่าง ๆ ณ จุดต้นทางที่ดำเนินการขนส่งสินค้าหรือวัตถุดิบ ซึ่งอาจรวมถึง การจัดซื้อ การบริหารการสั่งซื้อ การดำเนินการตามกฎระเบียบสำหรับผู้ค้า การตรวจสอบคุณภาพ การบริหารจัดการเอกสาร การดูแลการบรรทุกสินค้าให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การบรรจุสินค้าตามใบสั่ง การบรรทุกสินค้าเป็นแพ็คใหญ่ การดำเนินการด้านพิธีการศุลกากรและการรวบรวมสินค้า

Outbound logistics
ลอจิสติกส์สินค้าขาออก
ดูใน distribution

Outsourcing
การรับเหมาดำเนินการ
การว่าจ้างบริษัทภายนอกให้รับเหมาดำเนินงานซึ่งบริษัทพิจารณาว่าไม่ใช่ธุรกิจหลักของบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การรับเหมาดำเนินการด้านลอจิสติกส์

Outward Processing Relief (OPR)
กระบวนการจัดการสินค้าเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี
การบริหารจัดการการขนส่งและการดำเนินพิธีการศุลกากรของสินค้าหรือวัตถุดิบตามกระบวนการเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีและค่าธรรมเนียม

P
Pallet
กุรุส
ถาดไม้แบนขนาดใหญ่ที่ต้องใช้รถยกเพื่อบรรทุกสินค้า ใช้ในการขนส่งสินค้า

Pick-and-pack
การบรรจุหีบห่อตามใบสั่ง
กระบวนการเลือกรายการสินค้าตามใบสั่งของลูกค้าและบรรจุหีบห่อเพื่อดำเนินการขนส่งต่อไป

Pre-retailing
บริการก่อนการค้าปลีก
กระบวนการเตรียมสินค้า ณ ศูนย์กระจายสินค้าเพื่อส่งต่อไปยังหรือเพื่อจัดแสดง ณ ร้านค้าปลีก กระบวนการดังกล่าว รวมถึง การแกะหีบห่อที่ขนส่งออก การนำเสื้อผ้าออกจากกล่องไปแขวนบนราว การติดป้าย การติดรหัสสินค้า และการประกอบสินค้าให้สามารถจัดเก็บในร้านได้

Pre-shipping
กระบวนการก่อนจัดส่ง
กิจกรรมต่าง ๆ ที่ดำเนินการก่อนจะจัดส่งสินค้าทางทะเล

Pull replenishment
การจัดส่งสินค้าตามความต้องการของลูกค้า
การบริหารจัดการวัตถุดิบหรือสินค้าตามความต้องการของลูกค้าปลายทาง
ดูเพิ่มเติม demand chain

Q
ไม่มีศัพท์ที่ขึ้นต้นด้วยอักษรนี้

R
Railfreight
การขนส่งสินค้าทางรถไฟ
การขนส่งสินค้าโดยทางรถไฟ

Roadfreight
การขนส่งสินค้าทางรถ
การขนส่งสินค้าทางรถ

Real-time
การรายงานผล ในขณะที่ดำเนินการ
การรายงานผลแบบทันเหตุการณ์ ระบบการรายงานผลในขณะที่ดำเนินการทำให้สามารถควบคุมสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที มักใช้กับการติดตามสถานะการขนส่ง ดูเพิ่มเติม track-and-trace

Roadside
การรับ-ส่งสินค้าจากกลางทาง
ดูใน kerbside

Reverse logistics
การบริหารสินค้าคืน
กระบวนการรับสินค้า บริหารจัดการ และขนส่งสินค้าและ/หรือ บรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้ว เสียหาย ไม่เป็นที่ต้องการ หรือหมดอายุการใช้งานเพื่อกำจัดทิ้ง นำมาใช้ใหม่ หรือซ่อมแซม กระบวนการดังกล่าวอาจรวมถึงการส่งอุปกรณ์ในการจัดส่งที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้คืนไปยังแหล่งต้นทางได้อีกด้วย (เช่น กุรุสไม้ ตู้คอนเทนเนอร์ เป็นต้น)

RFID/smart labels
ป้ายรหัสคลื่นวิทยุ
RFID คือป้ายรหัสคลื่นวิทยุ ซึ่งเป็นระบบที่ใช้คลื่นวิทยุแสดงถึงสถานที่จัดเก็บสินค้าผลิตภัณฑ์ที่เก็บรวมเป็นล็อตใหญ่ หรือสินทรัพย์ในการขนส่งอื่น ๆ โดยใช้ป้ายอิเล็กทรอนิกส์แบบพิเศษ ป้ายดังกล่าว ซึ่งเรียกกันว่า ป้าย smart labels หรือ intelligent tags ทำให้สามารถติดตามสินค้าหรือสินทรัพย์ต่าง ๆ ได้โดยอัตโนมัติ ตลอดทั้งกระบวนการซัพพลายเชน ป้ายรหัสคลื่นวิทยุ RFID ยังสามารถช่วยลดการใช้ทรัพยากรในการบริหารจัดการสินค้า เพิ่มประสิทธิผล ช่วยให้ใช้พื้นที่ในการจัดเก็บสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และป้องกันความผิดพลาดในการขนส่งและทำให้สามารถควบคุมการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

Routing
การจัดเส้นทาง
กระบวนการวางแผนเส้นทางสินค้าที่จะขนส่ง

Re-working/Re-packing
การปรับแต่งสินค้า / บรรจุหีบห่อใหม่
การบรรจุหีบห่อใหม่ให้แก่ลูกค้าบางราย อาจหมายถึง การจัดหีบห่อสินค้าใหม่ ส่วนการปรับแต่งสินค้าหมายถึงการปรับแต่งสินค้าเพื่อให้เหมาะกับความต้องการของตลาดท้องถิ่น

Regional Distribution Networks (RDN)
ศูนย์กระจายสินค้าส่วนภูมิภาค
ศูนย์จัดเก็บและกระจายสินค้าไปยังห้างร้านต่าง ๆ ดูเพิ่มเติม Domestic Distribution Networks

S
Seafreight
การขนส่งสินค้าทางทะเล
การขนส่งสินค้าทางทะเล

Service logistics
ลอจิสติกส์ด้านการบริการ
กิจกรรมด้านลอจิสติกส์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการชิ้นส่วนบริการระหว่างผู้ผลิตและลูกค้า

Shared-user
คลังสินค้าร่วม
ดูใน multi-user

Sourcing
การจัดหาสินค้า
การจัดหาแหล่งและจัดซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์จากแหล่งผลิต

Sub-assembly
การประกอบสินค้า
กระบวนการประกอบชิ้นส่วนเข้าด้วยกันเพื่อประกอบสินค้าสำเร็จรูป

Supply chain
ซัพพลายเชน
การจัดการกลุ่มทรัพยากรและกระบวนการต่าง ๆ ให้ดำเนินการอย่างสอดคล้องเป็นกระบวนการเดียวกัน ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบและจบลงด้วยการจัดส่งสินค้าให้แก่ผู้บริโภคปลายทาง กระบวนการดังกล่าวครอบคลุมถึงผู้ค้า สถานที่ผลิต ผู้ให้บริการด้านลอจิสติกส์ ศูนย์กระจายสินค้าภายใน ผู้กระจายสินค้า ผู้ค้าส่งและตัวกลางการค้าอื่น ๆ ดูเพิ่มเติม demand chain

Supply chain management
การบริหารจัดการซัพพลายเชน
การควบคุมกระบวนการซัพพลายเชนให้ดำเนินไปอย่างสอดคล้องกัน ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบจากผู้ค้า ไปจนถึงการแปรรูปเป็นสินค้าสำเร็จ และการจัดส่งไปยังผู้บริโภคปลายทาง กระบวนการดังกล่าวครอบคลุมถึงการแบ่งปันข้อมูล การวางแผน การจัดการทรัพยากรให้สอดคล้องกัน และการประเมินผลอย่างครบวงจรตลอดกระบวนการ

Supply chain re-engineering
การปรับปรุงกระบวนการซัพพลายเชน
การปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการซัพพลายเชน โดยหนึ่งในงานหลักก็คือการประเมินความมีประสิทธิภาพคุ้มค่าในการดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่าค่าใช้จ่ายในกระบวนการซัพพลายเชนจะลดลง ตลอดระยะเวลาที่มีสัญญาการดำเนินงาน

Strategic parts centres
ศูนย์อะไหล่เชิงกลยุทธ์
ศูนย์อะไหล่เชิงกลยุทธ์ (Strategic Part Centres - SPCs) เป็นศูนย์ภายในประเทศที่ให้บริการ
 การจัดส่งสินค้าตามใบสั่งภายใน 1, 2 และ 4 ชั่วโมง
 การบริหารสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดทั่วเครือข่ายของศูนย์อะไหล่เชิงกลยุทธ์
 รับประกันในประสิทธิภาพการดำเนินงานตามข้อตกลงทางธุรกิจที่ได้ตกลงไว้

T
TEU
ตู้ขนาด 20 ฟุต
ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต ซึ่งถือเป็นตู้คอนเทนเนอร์ในการขนส่งทางทะเลขนาดมาตรฐาน

Temperature-controlled
การเก็บรักษาสินค้าด้วยการควบคุมอุณหภูมิ
การเก็บรักษาสินค้าในอุณหภูมิที่เหมาะสมกับสภาพของสินค้า เช่น สินค้าแช่แข็งหรือสินค้าที่ต้องเก็บในที่เย็น

Third party logistics provider (3PL)
ผู้ให้บริการลอจิสติกส์บุคคลที่ 3
ผู้ให้บริการด้านลอจิสติกส์ที่มักจะใช้ทรัพยากรหรือสินทรัพย์ของตนเองในการให้บริการ

Time-definite
บริการขนส่งภายในเวลาที่กำหนด
บริการขนส่งหรือจัดส่งสินค้าภายในหนึ่งวันหรือภายในช่วงเวลาที่กำหนด

Track-and-trace
การติดตามสถานะการขนส่ง
กระบวนการติดตามความคืบหน้าในการขนส่งสินค้าในกระบวนการซัพพลายเชน ซึ่งมักจะเป็นการรายงานผลแบบทันเหตุการณ์ในขณะที่ดำเนินการ หรือใกล้เคียงกับเวลาที่ดำเนินการ เพื่อติดตามสถานะของสินค้าที่ทำการขนส่ง โดยมีระบบบริหารข้อมูลด้านลอจิสติกส์อันทันสมัยเป็นศูนย์ควบคุม และสั่งการการบริหารจัดการซัพพลายเชนจากส่วนกลาง โดยรับทราบข้อมูลและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้องและทันท่วงที

Transload
การบรรทุกสินค้าแบบย้ายตู้
การย้ายสินค้าจากตู้คอนเทนเนอร์บรรทุกสินค้าขนาด 40 ฟุตไปบรรทุกในตู้ขนาด 53 ฟุตที่ขนส่งโดยรถบรรทุก เพื่อลดค่าใช้จ่ายต่อหน่วย และเพื่อให้ขนส่งได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นและไม่ผิดพลาด

Truckload
การบรรทุกสินค้าใส่คันรถ
ดู FTL และ LTL

U
Upstream
ลอจิสติกส์ต้นน้ำ
ดู reverse logistics

Unit cost
ค่าใช้จ่ายต่อหน่วย
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดต่อสินค้าหนึ่งหน่วย
The total cost of producing a single unit

V
Value-added services
บริการเสริม
ดู added-value services

Vendor consolidation
การรวบรวมสินค้าจากผู้ค้า
กระบวนการบริหารผู้ค้าหลายรายเพื่อรวบรวมสินค้าที่บรรทุกแบบเต็มคันรถจากหลายแหล่งเพื่อดำเนินการขนส่งในครั้งเดียวเพื่อลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่ง

Vendors
ผู้ค้า
ผู้ค้าสินค้าและบริการ

Visibility
ความสามารถในการติดตามสถานะการขนส่งได้อย่างโปร่งใส
ความสามารถในการติดตามและรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการบริหารจัดการซัพพลายเชนได้โดยละเอียด อย่างทันท่วงที ในขณะที่ดำเนินการหรือใกล้เคียงกับเวลาที่ดำเนินการ

W
Warehouse/warehousing
คลังจัดเก็บสินค้า
ดู distribution centre

วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ผ่าตลับหมึก HP 21(ดำ) เพื่อเสริมอึ๋ม






สำหรับผู้ที่ใช้เครื่องพิมพ์ชนิด inkjet ยี่ห้อ HP คงจะคุ้นเคยกับตลับ 2 รุ่นนี้ดี
เนื่องจากเป็นตลับที่ใช้กับเครื่องพิมพ์ HP series 2400,3900,4100 ฯลฯ
ซึ่งเป็นเครื่องพิมพ์รุ่นราคาถูก เหมาะสำหรับผู้ใช้ทั่วไป
.
ราคาตลับหมึกที่ไม่แพง หาซื้อได้ง่ายมีขายแทบทุกร้านทำให้มีผู้ใช้ตลับหมึก 2 รุ่นนี้มากมาย
ซื้อเครื่องใหม่มาก็จะแถมตลับหมึกสีดำเบอร์ 21 และตลับหมึกสีเบอร์ 22 (3 สี) มาให้
จะมีข้อเสียก็ตรงตลับหมึกดำเบอร์ 21 ที่แถมมากับเครื่องจุหมึกได้น้อย
สังเกตได้จากฉลากที่ติดไว้บนตลับจะมีคำว่า “introductory”
ประมาณว่าแถมมาให้ทดลองใช้ เวลาหมึกหมดเติมหมึกได้แค่ 2-3 ซีซีก็ล้นแล้ว
.
อืม .. ตลับก็ใหญ่ทำไมจุหมึกได้น้อย ต้องพิสูจน์ให้รู้จริง
.
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ผมจึงจัดการผ่าเอาฝาตลับเบอร์ 21 ออก เพื่อดูตับไตไส้พุงข้างใน
(ใช้คัตเตอร์อันใหญ่+ค้อน ค่อย ๆตอกเหมือนผ่าฟืนยังไงยังงั้น)





ชะแว๊บ ... เมื่อฝาถูกเปิดออก ความลับก็ไม่เป็นความลับอีกต่อไป
จะเห็นตลับถูกแบ่งเป็น 2 ช่อง
ช่องเล็กตรงกับหัวพิมพ์มีฟองน้ำก้อนนึงไม่ใหญ่มาก (ที่เห็นสีขาว ๆเปื้อนหมึกดำนั่นล่ะครับ)
ช่องใหญ่เป็นที่ว่างเปล่า ไม่มีฟองน้ำ ไม่มีน้ำหมึกอะไรเลย
ไฉนที่ว่างจึงเหลือตั้งมากมาย อย่ากระนั้นเลยหาทางใช้ประโยชน์ดีกว่า
ผมจึงจัดการเอาคีมดึงฟองน้ำออกจากช่องเล็ก เห็นหัวพิมพ์แวบ ๆอยู่ข้างล่าง







วิธี Reset ตลับหมึก HP

* * ใช้ Reset ให้เครื่องยอมรับตลับหมึก อย่าเสี่ยงใช้ Reset ให้หมึกเต็ม
เพราะถ้าทำผิดขั้นตอนจะทำให้ตลับเสีย เครื่องเตือนหมึกหมดก็ไม่ต้องสนใจ reset ตราบใดที่ยังพิมพ์งานได้ครับ * *

** สำหรับเครื่องที่มีไฟเตือนหมึกหมด ไม่ต้องสนใจไฟกระพริบเตือน
(ปกติจะมีไฟเตือนตลับสีและตลับดำ) ให้สนใจเฉพาะไฟเตือน "!" **

อย่า reset โดยพร่ำเพรื่อครับ กรณีขึ้นตัว "E" ให้ตรวจเช็คดูก่อน
1. กระดาษหมดก็จะขึ้นตัว "E"
2. ลองเปิดฝา แล้วปิดใหม่ ตัว "E" อาจจะหายไปเอง
3. ถอดตลับออกมาเช็ดทำความสะอาด ที่ปุ่มทองแดงตัวตลับและปุ่มทองแดงในช่องรับตลับหมึก
4. ได้ทำการ Alignment ครบทุกขั้นตอนหรือไม่
เพราะทุกครั้งที่เครื่องพิมพ์หน้า Alignment ออกมา
ต้องเอาหน้านั้นวางคว่ำบนกระจกแล้วกดปุ่ม Scan 1 ครั้ง ถึงจะครบขั้นตอน


ปกติเวลาถอดตลับหมึกออกจากเครื่องพิมพ์ยี่ห้อ HP ต้องตัดไฟก่อนครับ
ไม่งั้นเครื่องพิมพ์จะจำ ID ของตลับหมึกไว้
หากไม่ตัดไฟก่อนถอดตลับ พอถอดเข้า ๆออก ๆไม่กี่รอบขึ้นไฟแดงไม่รับตลับหมึก
อย่าเพิ่งตกใจครับพี่น้อง ตลับไม่ได้เสีย ลองเอาไปใส่เครื่องอื่นใช้งานได้ฉลุย
แต่ถ้าจะใช้กับเครื่องเดิม ต้อง Reset ครับ โดยมีขั้นตอนดังนี้

สำหรับตลับสีดำ (เบอร์ 21, 27, 56, 58)
ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ โดยไม่จำเป็นต้องตัดไฟก่อนถอด+ใส่ ตลับนะครับ

1. ถอดตลับออกมาติด เทปตรงปุ่มทองแดง #1
2. ใส่ตลับเข้าเครื่องพิมพ์ เครื่องขึ้นไฟแดงไม่รับตลับหมึก
3. ถอดตลับออกมาติดเทปตรงปุ่มทองแดง #2 (ปุ่ม #1ก็ติดเทปอยู่ยังไม่ต้องแกะออก)
4. ใส่ตลับเข้าเครื่องพิมพ์ เครื่องขึ้นไฟแดงไม่รับตลับหมึก
5. ถอดตลับออกมา แกะเทป #1 #2 ออก
6. ใส่ตลับเข้าเครื่องพิมพ์ OK พร้อมใช้งาน










วิธี reset ตลับดำเบอร์ 74 จากคุณฟรอนเทียร์683

สำหรับตลับสี (เบอร์ 22, 28, 57)
1. ถอดตลับออกมาติด เทปตรงปุ่มทองแดง #1
2. ใส่ตลับเข้าเครื่องพิมพ์ เครื่องขึ้นไฟแดงไม่รับตลับหมึก
3. ถอดตลับออกมาติดเทปตรงปุ่มทองแดง #2 (ปุ่ม #1ก็ติดเทปอยู่ยังไม่ต้องแกะออก)
4. ใส่ตลับเข้าเครื่องพิมพ์ เครื่องขึ้นไฟแดงไม่รับตลับหมึก
5. ถอดตลับออกมา แกะเทป #1 #2 ออก
6. ใส่ตลับเข้าเครื่องพิมพ์ OK พร้อมใช้งาน









วิธี reset ตลับสีเบอร์ 75 จากคุณฟรอนเทียร์683

ข้อควรระวัง
=======
การถอดตลับเข้า-ออกบ่อย ๆ เวลาใส่อย่ากระแทกแรงนะครับ
ลายทองแดงบนตลับหมึก จะโดนกระแทกบุ๋มมากขึ้นเรื่อย ๆ
จนในที่สุดบุ๋มลึกไม่สัมผัสกับปุ่มทองแดงในเครื่อง ไม่ครบวงจร
เครื่องมองไม่เห็นตลับ ถ้าเอายางลบถูลายทองแดงไม่หายก็ต้องซื้อตลับใหม่

วิธี Hard Reset
============
วิธีนี้ก็สามารถ Reset ตลับหมึกให้กลับมาใช้ได้อีกครั้ง
ซึ่งทาง HP เปิดช่องทางแก้นี้ไว้ให้สำหรับเครื่องบางรุ่น
ทำให้ระบบป้องกันหมึกเติมของ HP ไม่โหดเกินไปนัก

1. เปิดเครื่อง เปิดฝาให้ตลับเลื่อนมาแล้วถอดตลับออกทั้ง 2 ตลับ
2. ปิดฝา ปิดเครื่อง ดึงปลั๊กไฟออก ปลั๊ก USB ออก
3. ตั้งเครื่องทิ้งไว้ 10 นาที หรือทั้งคืนก็ยิ่งดี เพื่อให้ไฟที่เลี้ยงหน่วยความจำหมดไป
4. เมื่อไฟหมด เครื่องก็ความจำเสื่อม ไม่สามารถจำเบอร์ ID ของตลับหมึกได้อีก
5. ประกอบเครื่องเข้าใหม่อีกครั้ง เหมือนตอนเพิ่งซื้อเครื่องมาใหม่ ๆ
6. เปิดเครื่อง เครื่องร้องเรียกหาตลับหมึกก็ใส่ตลับหมึกเข้าไป

ปล. บางรุ่นจะมีแบตกลมอยู่ข้างในเครื่อง ถ้าถอดแบตออกก็เท่ากับ reset ไปในตัว

วิธีใช้ตลับ 3 ชุด reset
=============
เครื่องพิมพ์ HP จะมีหน่วยความจำ สามารถจำ ID ของตลับได้ 2 ตลับเท่านั้น
ดังนั้นถ้าเราสามารถหาตลับจากที่อื่นมา 2 ชุด ก็สามารถใส่ล่อหลอกเครื่องได้
ตลับของเราที่เครื่องไม่ยอมรับ (เพราะจำ ID ได้) ใส่เป็นชุดที่ 3 ก็จะสามารถใช้งานได้อีกครั้ง

ปล. ผมเคยลองใช้วิธีนี้กับตลับเบอร์ 21-22 ได้ผลดี ไฟหายกระพริบ+เครื่องมองเป็นตลับใหม่+หมึกเต็ม


------------------------------------------------------------------------
อย่างไรก็ตาม พบว่าเครื่องรุ่นใหม่ที่ออกมาขายในท้องตลาด
เริ่มมีการล๊อคตลับแถม (Introductory) สามารถเติมหมึกได้ไม่กี่ครั้ง
พิมพ์งานได้ประมาณ 300 กว่าหน้า เครื่องจะล๊อคตลับแถม
แต่ถ้าผู้ใช้ตัดไฟก่อนถอด-ใส่ ตลับหมึกทุกครั้งไม่พลาดเลย
ก็สามารถเติมหมึกพิมพ์งานไปเรื่อย ๆ

ตลับแถมที่ถูกล๊อคไม่ได้เสีย แต่เครื่องที่ผ่านการพิมพ์งาน 300 กว่าหน้า
จะไม่รับตลับแถม

ซึ่งเท่าที่พบมีเครื่อง F2235 ซึ่งใช้ตลับ 21-22
เครื่อง F2480 ซึ่งใช้ตลับ 60
วิธี Reset ตลับหมึก HP


* * ใช้ Reset ให้เครื่องยอมรับตลับหมึก อย่าเสี่ยงใช้ Reset ให้หมึกเต็ม
เพราะถ้าทำผิดขั้นตอนจะทำให้ตลับเสีย เครื่องเตือนหมึกหมดก็ไม่ต้องสนใจ reset ตราบใดที่ยังพิมพ์งานได้ครับ * *

** สำหรับเครื่องที่มีไฟเตือนหมึกหมด ไม่ต้องสนใจไฟกระพริบเตือน
(ปกติจะมีไฟเตือนตลับสีและตลับดำ) ให้สนใจเฉพาะไฟเตือน "!" **

อย่า reset โดยพร่ำเพรื่อครับ กรณีขึ้นตัว "E" ให้ตรวจเช็คดูก่อน
1. กระดาษหมดก็จะขึ้นตัว "E"
2. ลองเปิดฝา แล้วปิดใหม่ ตัว "E" อาจจะหายไปเอง
3. ถอดตลับออกมาเช็ดทำความสะอาด ที่ปุ่มทองแดงตัวตลับและปุ่มทองแดงในช่องรับตลับหมึก
4. ได้ทำการ Alignment ครบทุกขั้นตอนหรือไม่
เพราะทุกครั้งที่เครื่องพิมพ์หน้า Alignment ออกมา
ต้องเอาหน้านั้นวางคว่ำบนกระจกแล้วกดปุ่ม Scan 1 ครั้ง ถึงจะครบขั้นตอน


ปกติเวลาถอดตลับหมึกออกจากเครื่องพิมพ์ยี่ห้อ HP ต้องตัดไฟก่อนครับ
ไม่งั้นเครื่องพิมพ์จะจำ ID ของตลับหมึกไว้
หากไม่ตัดไฟก่อนถอดตลับ พอถอดเข้า ๆออก ๆไม่กี่รอบขึ้นไฟแดงไม่รับตลับหมึก
อย่าเพิ่งตกใจครับพี่น้อง ตลับไม่ได้เสีย ลองเอาไปใส่เครื่องอื่นใช้งานได้ฉลุย
แต่ถ้าจะใช้กับเครื่องเดิม ต้อง Reset ครับ โดยมีขั้นตอนดังนี้

สำหรับตลับสีดำ (เบอร์ 21, 27, 56, 58)
ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ โดยไม่จำเป็นต้องตัดไฟก่อนถอด+ใส่ ตลับนะครับ

1. ถอดตลับออกมาติด เทปตรงปุ่มทองแดง #1
2. ใส่ตลับเข้าเครื่องพิมพ์ เครื่องขึ้นไฟแดงไม่รับตลับหมึก
3. ถอดตลับออกมาติดเทปตรงปุ่มทองแดง #2 (ปุ่ม #1ก็ติดเทปอยู่ยังไม่ต้องแกะออก)
4. ใส่ตลับเข้าเครื่องพิมพ์ เครื่องขึ้นไฟแดงไม่รับตลับหมึก
5. ถอดตลับออกมา แกะเทป #1 #2 ออก
6. ใส่ตลับเข้าเครื่องพิมพ์ OK พร้อมใช้งาน





วิธี reset ตลับดำเบอร์ 74 จากคุณฟรอนเทียร์683

สำหรับตลับสี (เบอร์ 22, 28, 57)
1. ถอดตลับออกมาติด เทปตรงปุ่มทองแดง #1
2. ใส่ตลับเข้าเครื่องพิมพ์ เครื่องขึ้นไฟแดงไม่รับตลับหมึก
3. ถอดตลับออกมาติดเทปตรงปุ่มทองแดง #2 (ปุ่ม #1ก็ติดเทปอยู่ยังไม่ต้องแกะออก)
4. ใส่ตลับเข้าเครื่องพิมพ์ เครื่องขึ้นไฟแดงไม่รับตลับหมึก
5. ถอดตลับออกมา แกะเทป #1 #2 ออก
6. ใส่ตลับเข้าเครื่องพิมพ์ OK พร้อมใช้งาน




วิธี reset ตลับสีเบอร์ 75 จากคุณฟรอนเทียร์683

ข้อควรระวัง
=======
การถอดตลับเข้า-ออกบ่อย ๆ เวลาใส่อย่ากระแทกแรงนะครับ
ลายทองแดงบนตลับหมึก จะโดนกระแทกบุ๋มมากขึ้นเรื่อย ๆ
จนในที่สุดบุ๋มลึกไม่สัมผัสกับปุ่มทองแดงในเครื่อง ไม่ครบวงจร
เครื่องมองไม่เห็นตลับ ถ้าเอายางลบถูลายทองแดงไม่หายก็ต้องซื้อตลับใหม่

วิธี Hard Reset
============
วิธีนี้ก็สามารถ Reset ตลับหมึกให้กลับมาใช้ได้อีกครั้ง
ซึ่งทาง HP เปิดช่องทางแก้นี้ไว้ให้สำหรับเครื่องบางรุ่น
ทำให้ระบบป้องกันหมึกเติมของ HP ไม่โหดเกินไปนัก

1. เปิดเครื่อง เปิดฝาให้ตลับเลื่อนมาแล้วถอดตลับออกทั้ง 2 ตลับ
2. ปิดฝา ปิดเครื่อง ดึงปลั๊กไฟออก ปลั๊ก USB ออก
3. ตั้งเครื่องทิ้งไว้ 10 นาที หรือทั้งคืนก็ยิ่งดี เพื่อให้ไฟที่เลี้ยงหน่วยความจำหมดไป
4. เมื่อไฟหมด เครื่องก็ความจำเสื่อม ไม่สามารถจำเบอร์ ID ของตลับหมึกได้อีก
5. ประกอบเครื่องเข้าใหม่อีกครั้ง เหมือนตอนเพิ่งซื้อเครื่องมาใหม่ ๆ
6. เปิดเครื่อง เครื่องร้องเรียกหาตลับหมึกก็ใส่ตลับหมึกเข้าไป

ปล. บางรุ่นจะมีแบตกลมอยู่ข้างในเครื่อง ถ้าถอดแบตออกก็เท่ากับ reset ไปในตัว

วิธีใช้ตลับ 3 ชุด reset
=============
เครื่องพิมพ์ HP จะมีหน่วยความจำ สามารถจำ ID ของตลับได้ 2 ตลับเท่านั้น
ดังนั้นถ้าเราสามารถหาตลับจากที่อื่นมา 2 ชุด ก็สามารถใส่ล่อหลอกเครื่องได้
ตลับของเราที่เครื่องไม่ยอมรับ (เพราะจำ ID ได้) ใส่เป็นชุดที่ 3 ก็จะสามารถใช้งานได้อีกครั้ง

ปล. ผมเคยลองใช้วิธีนี้กับตลับเบอร์ 21-22 ได้ผลดี ไฟหายกระพริบ+เครื่องมองเป็นตลับใหม่+หมึกเต็ม


------------------------------------------------------------------------
อย่างไรก็ตาม พบว่าเครื่องรุ่นใหม่ที่ออกมาขายในท้องตลาด
เริ่มมีการล๊อคตลับแถม (Introductory) สามารถเติมหมึกได้ไม่กี่ครั้ง
พิมพ์งานได้ประมาณ 300 กว่าหน้า เครื่องจะล๊อคตลับแถม
แต่ถ้าผู้ใช้ตัดไฟก่อนถอด-ใส่ ตลับหมึกทุกครั้งไม่พลาดเลย
ก็สามารถเติมหมึกพิมพ์งานไปเรื่อย ๆ

ตลับแถมที่ถูกล๊อคไม่ได้เสีย แต่เครื่องที่ผ่านการพิมพ์งาน 300 กว่าหน้า
จะไม่รับตลับแถม

ซึ่งเท่าที่พบมีเครื่อง F2235 ซึ่งใช้ตลับ 21-22
เครื่อง F2480 ซึ่งใช้ตลับ 60

วันพุธที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2554

How to convert VA to Watts and KVA

How to convert VA to Watts and KVA to Kilowatts
http://www.dieselserviceandsupply.com/power_calculator.aspx
เอา 1.25xKw = KVa

Basics

Since watts is volts times amps, what is VA? VA (or volt-amps) is also volts times amps, the concept however has been extended to AC power. For DC current

VA = Watts (DC current).

In AC if the volts and amps are in phase (for example a resistive load) then the equation is also

VA=Watts (resistive load)

where V is the RMS voltage and A the RMS amperage.

In AC the volts and amps are not always in phase (meaning that the peak of the voltage curve is does not happen at the peak of the current curve). So in AC, if the volts and amps are not precisely in phase you have to calculate the watts by multiplying the volts times the amps at each moment in time and take the average over time. The ratio between the VA (i.e. rms volts time rms amps) and Watts is called the power factor PF.

VA·PF = Watts (any load, including inductive loads)


In other words, volt-amps x power factor = watts. Similarly, KVA*PF = KW,
Or kilovolt-amps times power factor equals kilowatts.
When you want to know how much the electricity is costing you, you use watts. When you are specifying equipment loads, fuses, and wiring sizes you use the VA, or the rms voltage and rms amperage. This is because VA considers the peak of both current and voltage, without taking into account if they happen at the same time or not


Finding the Power Factor
How do you find the power factor? This isn’t easy. For computer power supplies and other supplies that are power factor corrected the power factor is usually over 90%. For high power motors under heavy load the power factor can be as low as 35%.

Industry standard rule-of-thumb is that you plan for a power factor of 60%, which somebody came up with as a kind of average power factor.

Converting VA to Amps

How to convert VA to amps? Use the following formula:



Where A stands for the RMS amps, VA stands for volt-amps, V stands for RMS volts and PF stands for the power factor.

Converting VA to Volts

How to convert VA to volts? Use the following formula:



Where V stands for RMS volts, A stands for the RMS amps, VA stands for volt-amps, and PF stands for the power factor.

What is KVA?

KVA is just kilovolt-amps, or volts times amps divided by 1000:

KVA·PF = KW (any load, including inductive loads)

Where KVA stands for kilovolt-amps, KW stands for kilowatts, and PF stands for the power factor.


Keep the factor of 1000 straight when dealing with mixed units:
KVA·PF = W/1000 (any load, including inductive loads)

VA·PF = 1000·KW (Kilowatts to VA)


The Following equations can be used to convert beween amps, volts, and VA. To convert between kilovolt-amps, kilowatts, and kiloamps, keep track of the factor of 1000.

Convert VA to Amps (at a fixed voltage)
Convert KVA to KW (kilovolt-amps to kilowatts)
Convert KVA to Amps (at a fixed voltage)
Converting Watts to KVA (watts to kilovolt-amps)
Convert Amps to VA (at a fixed voltage)
Convert VA to Volts (at a fixed current)
Convert Volts to VA (at a fixed current)
Convert Volts to Amps (at a fixed VA)
Convert Amps to Volts (at a fixed VA)

Converting VA to Amps (voltage fixed)

The conversion of VA to Amps is governed by the equation Amps = VA·PF/Volts)

For example 12 VA·0.6/(12 volts) = 0.6 amp

Converting KVA to KW (Kilovolt-amps to Kilowatts)

The conversion of KVA to KW is governed by the equation KVA = KW/PF)

For example, if the power factor is 0.6
120 KVA·0.6 = 72 Kilowatts

Converting Watts to KVA (watts to kilovolt-amps)

The conversion of W to KVA is governed by the equation KVA=W/(1000*PF)


For example 1500W/(1000*0.83) = 1.8 kVA (assuming a power factor of 0.83)
F
Converting Amps to VA (voltage fixed)

The conversion of Amps to VA is governed by the equation VA = Amps · Volts/PF

For example 1 amp * 110 volts/0.6 = 183 VA


Converting Amps to KVA (voltage fixed)

The conversion of Amps to KVA is governed by the equation KVA = Amps · Volts/(1000·PF)

For example 100 amp * 110 volts/(1000*0.6) = 18.3 KVA

Converting VA to Volts (current fixed)

The conversion of VA to Volts is governed by the equation Volts = VA·PF/Amps

For example 100 VA · 0.6/10 amps = 6 volts

Converting Volts to VA (current fixed)

The conversion of Volts to VA is governed by the equation VA = Amps · Volts/PF

For example 1.5 amps * 12 volts/0.6 = 30 VA

Converting Volts to Amps at fixed VA

The conversion of Volts to Amps is governed by the equation Amps = VA·PF/Volts

For example 120 VA* 0.6 /110 volts = 0.65 amps

Converting Amps to Volts at fixed VA

The conversion of Amps to Volts is governed by the equation Volts = VA·PF/Amps

For Example, 48 VA · 0.6 / 12 Amps = 2.4 Volts

Explanation

Amps are how many electrons flow past a certain point per second. Volts is a measure of how much force that each electron is under. Think of water in a hose. A gallon a minute (think amps) just dribbles out if it is under low pressure (think voltage). But if you restrict the end of the hose, letting the pressure build up, the water can have more power (like watts), even though it is still only one gallon a minute. In fact the power can grow enormous as the pressure builds, to the point that a water knife can cut a sheet of glass. In the same manner as the voltage is increased a small amount of current can turn into a lot of watts.

วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2554

แปลงไฟล์ในแผ่น AVCHD (m2ts) เป็นไฟล์ MKV

AVCHD (Advanced Video Codec High Definition) เป็นไฟล์วิดีโอความละเอียดสูง ซึ่งเรามักเห็นกันในแผ่น DVD หรือสื่อบันทึกข้อมูลอื่นๆ พวกกล้องวิดีโอ คุณภาพนั้นก็ด้อยกว่าภาพ Blu-ray ไม่เท่าไหร่ครับ แต่จุดเด่นที่ชัดเจนกว่าคือขนาดไฟล์ที่มีขนาดเล็ก เพราะใช้การเข้ารหัสไฟล์แบบ MPEG-4 AVC (H.264) ทำให้สามารถบรรจุหนังความละเอียดสูงลงแผ่น DVD5 เพียงแผ่นเดียวเท่านั้น
อย่างไรก็ตามแม้มีข้อดีแต่ก็มีข้อด้อยอยู่เหมือนกัน กล่าวคือหากนำแผ่นดังกล่าวมาเล่นในคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องเล่นที่ไม่ได้มีตัวถอดรหัสโดยเฉพาะก็จะเล่นไม่ได้ การเล่นในคอมพิวเตอร์นั้น เราสามารถซิกแซกได้ด้วยการเข้าไปเปิดไฟล์โดยตรงที่โฟลเดอร์ [ไดรฟ์]:\BDMV\STREAM โดยไฟล์ที่อยู่ในโฟลเดอร์นั้นจะเป็นไฟล์นามสกุล m2ts เราเพียงลากไฟล์ดังกล่าวมาวางบนหน้าต่างโปรแกรม KMPlayer ก็เล่นได้แล้ว และเพื่อความสะดวกยิ่งขึ้น ควรแปลงไฟล์ดังกล่าวเป็นไฟล์แบบ MKV ด้วยวิธีการดังนี้ครับ

หมายเหตุ
วิธีการทำนี้อาจจะกล่าวได้ว่าไม่ได้เป็นการแปลงเนื้อในภาพวิดีโอ เพียงแต่เปลี่ยนการเปลี่ยนเสื้อผ้า ซึ่งจะใช้เวลาในการทำรวดเร็วมากประมาณ 2 –3 นาทีก็เสร็จแล้ว (ทดสอบจากฮาร์ดดิสก์แบบ Raid 0 หนังหนึ่งเรื่องใช้เวลา 106 วินาที)

ใช้โปรแกรมในการทำ 2 โปรแกรมคือ
tsMuxeR [url= http://www.videohelp.com/tools/tsMuxeR ]download[/url]

mkvmerge GUI http://www.videohelp.com/tools/MKVtoolnix

1. เปิดโปรแกรม tsMuxeR ขึ้นมาดังรูปด้านล่างนี้ คลิกปุ่ม Add

2. คลิกเลือกนำไฟล์ m2ts ที่อยู่ในโฟลเดอร์ [ไดรฟ์]:\BDMV\STREAM เข้ามาในโปรแกรม



3. เมื่อนำไฟล์เข้ามาในโปรแกรมเสร็จแล้ว คลิกเลือก Demux เพื่อทำการแยกไฟล์ภาพ และไฟล์เสียงออกมาจากไฟล์ m2ts

4. คลิกปุ่ม Browse เลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกไฟล์

5. คลิกปุ่ม Start Demuxing โปรแกรมจะเริ่มการแยกไฟล์ภาพและเสียงออกให้ทันที


ไฟล์ภาพที่แยกได้ตามตัวอย่างนี้ นามสกุล .264 ส่วนไฟล์เสียงนามสกุล .dts (เป็นเสียงแบบ DTS)



6. เปิดโปรแกรม mkvmerge GUI ขึ้นมา คลิกปุ่ม Add เพื่อนำไฟล์ภาพและเสียงที่แยกเสร็จแล้ว เข้ามาในโปรแกรม

7. คลิกเลือกบรรทัดของไฟล์ภาพ และคลิกที่แท็บ Format specific options เพื่อกำหนดค่า FPS (เฟรมเรท) ของภาพ หากคุณไม่กำหนดตัวโปรแกรมจะใช้ค่ามาตรฐานคือ 25 FPS ตามตัวอย่างนี้ภาพวิดีโอของผมมี FPS: 23.976
ถ้าคุณอยากจะรู้ว่าเฟรมเรทของภาพคุณเท่าไหร่ กดปุ่ม alt + j ระหว่างที่เล่นไฟล์ผ่านโปรแกรม KMPlayer นะครับ จะมีรายละเอียดแสดงขึ้นมาให้เห็น

8. คลิกปุ่ม Browse เลือกตำแหน่งสำหรับบันทึกไฟล์ จากนั้นก็คลิกปุ่ม Start musing โปรแกรมจะรวมไฟล์ภาพและเสียง ให้กลายเป็นไฟล์ mkv ทันที

MKV 2 Blue-ray

หลังจากเขียนบทความ แปลงไฟล์ในแผ่น AVCHD (m2ts) เป็นไฟล์ MKV คราวนี้เรามาแปลงไฟล์ MKV กลับไปบ้าง ถ้าหากคุณมีไฟล์แบบ MKV อยากจะแปลงกลับไปเป็น AVCHD (m2ts) เพื่อบันทึกลงแผ่น DVD5 หรือ Blu-ray (คุณต้องมีแผ่น Blu-ray และเครื่องไรท์ด้วยนะครับ) เพื่อนำไปเล่นในเครื่องเล่น ก็ทำด้วยด้วยวิธีการในบทความนี้ครับ

วิธีการทำต้องอาศัยโปรแกรม
tsMuxeR http://www.videohelp.com/tools/tsMuxeR

โดยมีขั้นตอนการทำดังนี้

1. คลิกปุ่ม Add เพื่อนำไฟล์ mkv เข้ามาในโปรแกรม

2. คลิกเลือกรูปแบบไฟล์ที่จะทำ Blu-ray disk หรือ AVCHD disk ก็เลือกตามต้องการได้เลยครับ

3. คลิกปุ่ม Browse เพื่อกำหนดตำแหน่งสำหรับบันทึกไฟล์

4. คลิกปุ่ม Start muxing โปรแกรมจะเริ่มสร้างไฟล์ให้ทันที




###จบแล้วครับ##